ประวัติพระคริสตธรรมพะเยา

   ปี ค.ศ. 1965 - 1968 สมัยบุกเบิก

     การเริ่มต้นของศูนย์พระคริสตธรรมพะเยาคือการรับนิมิตที่จะมีโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ในภาคเหนือได้  เกิดในใจของ ศจ. ดร..จอห์น เดวิส มิชชันนารีชาวอังกฤษ ( คณะ OMF) ท่านได้ปรึกษากับ ศจ.ทองคำ  พันธุพงศ์ ( อดีตประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ) แล้วอาจารย์จึงได้นำเรื่องนี้เข้าเสนอต่อคณะ  โอ.เอ็ม.เอฟ ทางคณะได้พิจารณาเห็นดีด้วยจึงได้มอบให้ ศจ. ดร..จอห์น เดวิส    เป็นผู้หาสถานที่และ  ตั้งโรงเรียนในเขต จ. เชียงราย
       เมื่อเดินทางมาทางทิศด้านเหนือของตัวเมืองพะเยา ขณะที่เรียบมาตามริมกว๊าน สายตาก็ได้มองเห็น  สวนแห่งหนึ่งที่เนินข้างถนนตรงข้ามกับริมกว๊าน เมื่อจอดรถเดินขึ้นมาสำรวจแล้วท่านก็อธิษฐานกับ  พระเจ้าว่า?ถ้าเป็นน้ำพระทัยของพระองค์แล้ว ขอโปรดประทานที่ดินแปลงนี้ให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษา  พระวจนะของพระองค์ด้วย หลังจากนั้นอาจารย์ จอห์น ได้รีบติดต่อกับเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นทนายความ  อยู่ที่เชียงรายแล้วได้ตกลงเช่าสวนบนเนินนั้น ต่อมาเจ้าของที่ได้ขายที่ดินให้แก่ พระคริสตธรรมพะเยาใน  นามมูลนิธิฯ เป็นอันว่าสวนบนเนินเขาเล็ก ๆ ก็เป็นสถานที่ที่พระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้

ในเดือน  มิถุนายน 1965 มีนักศึกษารุ่นแรกคือ

     1. น.ส.ยุพา หมีเทศ (อ. ชุมแสง จ. นครสวรรค์ )  
     2. น.ส. เปรมจิต ( จ. สระบุรี)
     3. นาย มินิตย์ ชาวส้าน  ( จ.น่าน )
     4. นาย เลาอู (ประเสริฐ ) ( เผ่า เมี่ยน อ.แม่จัน จ. เชียงราย )

 
สมัยแรก ศูนย์ฯมีชื่อว่า  ค่ายอบรมพระคัมภีร์พะเยา  ในระยะเริ่มงานครูที่มาช่วยสอน มี 
      1. อ.บุญมี รุ่งเรืองวงศ์
      2. ศจ.ทองคำ พันธุพงศ์ และมิชชันนารี โอ.เอ็ม.เอฟ
      3.  มิส โจน เวลส์ ในปี 1967
      4. ดร.หมอเฮนรี่ ไบรดอนธอล รักษาการผู้อำนวยการ

ปี ค.ศ. 1969 - 1971 สมัยขยาย
      ใน ค.ศ. 1969 ค่ายอบรมพระคัมภีร์พะเยา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ศึกษาพระคริสตธรรมพะเยา ได้มีพี่น้องชาว ม้ง   7 ครอบครัวที่ได้จาก   จ. เพชรบูรณ์ เมื่อมาถึงแล้วเข้าได้สร้างที่พักอาศัยเป็นกระท่อมหลังเล็กๆเรียงรายเป็นหมู่บ้านในศูนย์ฯทั้งหมดมี 9 ครอบครัวซึ่งมีครอบครัวเมี่ยน,อาข่า มาสมทบด้วย ทั้งหมดได้ทำสวนปลูกผักเพื่อเลี้ยงตัวเอง(ไม่ต้องเสียค่าอาหารให้ศูนย์ฯ)หัวหน้าครอบครัวเหล่านี้ได้ศึกษาพระคัมภีร์ด้วยกันกับนักศึกษาที่เป็นโสด นี่เป็นความสำเร็จตามเป้าหมายของศูนย์ที่จะให้สถานที่เป็นที่อบรมพระคัมภีร์ของชนหลายเผ่าไม่ว่าจะเป็นชาวไทย หรือชาวไทยภูเขา หลังจากที่รุ่นนี้เรียนสำเร็จแล้ว  ปัจจุบันมีศิษย์เก่าจำนวนหลายคนที่กำลังรับใช้พระเจ้าในเผ่าของตนเอง เช่น เผ่าเมี่ยน , ลีซอ ,ละว้า,ลาหู่ และกะเหรี่ยง ยิ่งไปกว่านั้นพระเจ้าได้เริ่มเรียกศิษย์เก่าที่เป็นชาวไทยให้ไปรับใช้กับชาวไทยภูเขา อาทิ. เผ่าอาข่า และเผ่าผีตองเหลือง ฯลฯ  เป็นต้น
      ในสมัยขยายนี้จำนวนนักศึกษาได้เพิ่มเป็น 3เท่าจากสมัยบุกเบิกและคณาจารย์ก็เพิ่มเช่นกันคือ ครอบครัว อาจารย์ทรงสรร ประสบสิน มาเป็นผู้สอนประจำ ในปี 1971 - 1974) ซึ่งเป็นอาจารย์คนไทยคนแรกที่มาอยู่ประจำ ทางด้านอาคารในปี 1970 ได้สร้างห้องเรียนปีที่ 1. ที่ชั้นล่างใช้ทำเป็นห้องครัวและห้องอาหาร

ปี ค.ศ. 1972 - 1975  สมัยพัฒนา
    ต้นไม้ที่ได้ปลูกที่ริมกว๊านและได้หยั่งรากลึกในพระวจนะของพระเจ้านั้นมีการขยายและมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในสมัยนั้นศูนย์ฯได้พยายามช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นโดยมีการพัฒนาด้านเกษตร เช่น ทำสวนลิ้นจี่ กาแฟ และทำนาที่ศูนย์ซื้อไว้ประมาณ 30 ไร่ การมีส่วนและการสนับสนุนของพี่น้องคริสเตียนก็เริ่มมีขึ้น โดยเฉพาะการถวายเพื่ออบรมฝึกฝนชีวิต และการรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปทำงานตามคริสตจักรต่างๆ ต้นไม้ที่กำลังขยายกิ่งก้านสาขาออกเป็นต้นไม่ใหญ่ขึ้นนี้ได้รับการคุ้มครองเลี้ยงดูจากพระเจ้าโดยตรง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้สอนหรือผู้บริหารอยู่เสมอก็ตาม พระเจ้ายังทรงนำให้ดำเนินกิจการได้มาตลอด ใน ค.ศ.1972-1973 ครอบครัว อาจารย์ จิม มอริส มิชชันนารีของ โอ.เอ็ม.เอฟ ได้มารักษาการแทน ศจ.ดร. จอห์น เดวิส  ที่ต้องกลับไปต่างประเทศ ใน ค.ศ. 1974 ครอบครัวอาจารย์วิเชียร และครอบครัวอาจารย์ทรงสรร ประสบสิน ( ปี1975 ) จากศูนย์ไปรับใช้พระเจ้าที่อื่นแต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่มีท่าน ศจ.  บุญครอง ปิฏิกานนท์   มาช่วยสอนอยู่ 1 ปี ( จากเครือ แบ๊บติส ) และอาจารย์ สัมฤทธิ์ มีแตง มาช่วยสอนในปี 1974 ใน ค.ศ. 1975   ครอบครัวท่าน ศจ. สมศักดิ์ ชูสงฆ์ ได้กลับจากประเทศอังกฤษมาอยู่ช่วยสอนที่ศูนย์ เลย
      ต้นสมัยนี้มิชชันนารีของคณะมาบูเกอร์ ได้เริ่มมาช่วยสอน ที่จริงตลอด 10 ปีแรกนั้นมีวิทยากรมาช่วยจากคณะต่างๆ เช่น อาจารย์ดอน ชลาเตอร์(คณะนิวไทรบ์)และอาจารย์ ปีเตอร์ ลอฟท์ กับ อาจารย์วิล โอเวอร์การ์ด (มิชชั่น คณะเว็ค) ตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อยมาศูนย์ฯไดรับความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่ายหลายคณะ และมิชชั่น คณะต่างๆ ในหลายประเทศทั้งคริสเตียนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในทำนองเดียวกันศูนย์ก็ยินดีต้อนรับนักศึกษาจากทุกคณะทุกคริสตจักรด้วย สมกับที่มีชื่อว่า ศูนย์   คือศูนย์กลางของผู้รับใช้     ที่มาจากทุกภาค และ ทุกคณะ
     นิมิตอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในใจของผู้รับใช้พระเจ้า นิมิตนี้เป็นแก่นแท้ของศูนย์เหมือนต้นไม้ที่มีแก่น ไม่ว่าเปลือกไม้จะหลุดออกหรือเปลี่ยนใหม่สักเท่าใดก็ตามแก่นกลางของต้นไม้ไม่เคยเปลี่ยน นิมิตของศูนย์ก็เช่นกัน นิมิตคือ ให้ศูนย์ฯเป็นท่อพระพรสำหรับคริสตจักรไทยเหมือนต้นมะกอกเทศใน ( เศคาริยาห์ บทที่ 4 )  ที่ได้ส่งน้ำมันไปถึงเชิงตะเกียงซึ่งอาจเปรียบเหมือนคริสตจักรคนในคริสตจักรต้องการสัมผัสกับความยิ่งใหญ่และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า บางครั้งเป็นไปได้โดยผ่านทางชีวิตของนักศึกษา , ศิษย์เก่าหรืออาจารย์ที่ออกไปรับใช้พระเจ้า บางครั้งเป็นได้โดยใช้ศูนย์ฯเป็นสถานที่อบรมหรือประชุม ที่ครั้งหนึ่ง ค.ศ.1972 พระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงทำงานอย่างอัศจรรย์ที่ศูนย์ฯโดยไม่เกี่ยวกับประชุมอะไรที่ทางศูนย์ฯจัดขึ้นแต่เหตุเกิดขึ้นเนื่องจากมีนักเรียนของโรงเรียนบางแห่งที่เชียงรายได้จัดค่ายทัศนาจรที่ศูนย์ฯ ในจำนวนนักเรียนเหล่านั้นมีบางครั้งที่รับการบังเกิดใหม่ เมื่อครั้งมีการฟื้นฟูที่คริสตจักรฟาร์มสัมพันธกิจซึ่งคริสตจักรนี้พึ่งได้รับการฟื้นฟูจากพระเจ้า คืนนั้นคนที่เพิ่งได้รับประสบการณ์จากพระเจ้า ได้จัดกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ขึ้นในเต็นท์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จมาเยี่ยมเขา จนทำให้นักเรียนอีกหลายคนในค่ายนั้นเข้ามาในเต็นท์สัมผัสกับพระเจ้าและรับความรอดในพระเยซู จากการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์
      ในคืนนั้นเอง ได้ส่งผลทำให้อนุชนหลายคนได้ถวายชีวิตและศึกษาพระคัมภีร์เพื่อรับใช้พระเจ้า คนเหล่านั้นกำลังเกิดผลในงานของพระเจ้าจนถึงทุกวันนี้ พระเจ้าผู้ทรงทำงานอย่างอัศจรรย์ในคืนนั้นที่ศูนย์ฯก็ยังทรงสามารถกระทำมากกว่านั้นอีกในอนาคต เพื่อให้ศูนย์ฯเป็นแห่งหนึ่งที่พระเจ้าจะใช้เป็นที่มาแห่งท่อพระพร สู่คริสตจักรในประเทศไทยอย่างยาวนานในเวลาต่อมา

ปี ค.ศ. 1976 - 1979 สมัยก้าวหน้า (ฟันผ่าอุปสรรค)
      
 ในช่วงนี้ศูนย์ฯไปก้าวไปสู่การที่จะอยู่ในความรับผิดชอบของตนไทยอย่างเต็มที่ คือใน ปี ค.ศ. 1977-1978  ศจ. ทวีชัย เอื้ออริยกุล ซึ่งเคยเป็นวิทยากรสอนพิเศษก็รับการแต่งตั้งมาเป็นผู้รักษาการผู้อำนวยการแทน ศจ.ดร.  จอห์น เดวิส ที่ต้องกลับไปต่างประเทศอีกครั้ง ในปี 1978 อาจารย์ นิภา แซ่บุ้น ได้มาเป็นผู้สอนประจำโดยรับหน้าที่แม่บ้านของหอพักหญิง ในปีเดียวกัน  ศจ.ดร.ทองอินทร์ สุทธิหลง ได้มาช่วยสอนด้วย และศจ. จรัส วิบเบอร์ลี่ซึ่งมารับหน้าที่เป็นพ่อบ้านหอพักชายทั้งสองแห่งคือ หอพัก แสงสว่าง และหอพัก รุ่งโรจน์ ( หอพักแสงสว่างสร้างเสร็จปี ค.ศ. 1976 )
      คุณภาพการศึกษาที่ศูนย์ฯได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งใน ค.ศ. 1978 มีการต่อเติมห้องเรียนปีที่ 1. ออกไปเป็นห้องสมุด ซึ่งแต่ก่อนห้องสมุดศูนย์ฯมีเพียงตู้หนังสือ 2-3 ตู้ ครอบครัวของ ศจ.ดร ทองอินทร์ สุทธิหลง ได้จัดหาหนังสือมาเพิ่มเติมมากขึ้น

ปี ค.ศ. 1980 - 1985 สมัยคนไทยเป็นผู้บริหาร
      ในสมัยนี้ศูนย์ได้ผู้อำนวยการเป็นคนไทย คือ ศจ.ทวีชัย เอื้ออาริยะกุล ได้ปรนนิบัติหน้าที่นี้เป็นวเลา 1 ปี (ค.ศ 1980-1981) ต่อมา ศจ. สมศักดิ์ ชูสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้สอนที่ศูนย์ฯมาหลายปีแล้วได้ยอมรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโดยอาศัยพระคุณพระเจ้า ในช่วงนี้พระเจ้าได้นำผู้สอนคนไทยมาประจำอยู่ที่ศูนย์ฯอีกหลายท่านอาทิ ครอบครัวอาจารย์คำปัน สนิท อยู่ในบ้านเอมมาอูส (สร้างเสร็จปี1982)ครอบครัว ศจ. สายัณห์ กุสาวดี   อาจารย์ สุเพียงพร วัฒน์ชนม์(สุคนธ์) แม่บ้านหอพักหญิง และครอบครัว  ศจ. ปั๋น มาเรียน รับผิดชอบด้านเกษตรและดูแลสภาพของสถานที่อาคาร อุปกรณ์เครื่องใช้ตลอดจนการเลี้ยงตัวเองของศูนย์ฯ
      ในปี ค.ศ. 1980-1981 บ้านเบธเอลได้สร้างขึ้นมาโดยฝีมือของช่างที่เป็นนักศึกษา งบประมาณ การสร้างบ้านหลังนี้รับการถวายจากพี่น้อง คริสเตียนชาวเยอรมัน โดยมีจุดประสงค์ให้เป็นบ้านพักของศิษย์เก่าและใช้รับแขกส่วนชั้นล่างนั้นนักศึกษาได้ถวายสมทบสร้างเป็นห้องอธิษฐานและที่พักด้วย

 ปี ค.ศ.1981 - 2000 พัฒนาการทาง หลักสูตร การเรียน การสอน
      ช่วงนี้การพัฒนาการมีมากกว่าที่ผ่านมา มีศิษย์เก่าหลาย ๆ ท่านที่เคยเรียนและผ่านประสบการณ์ได้มาร่วมเป็น คณาจารย์ประจำที่ ศูนย์ เช่น ครอบครัว อาจารย์ อรุณ โลหะเวช และ ปี1985 ครอบครัวอาจารย์ ธวัช เย็นใจ เข้ามาเป็นอาจารย์สอน  ปี 1987 อาจารย์ นิวนา เทพทำพันธ์ เข้ามาสอน ปี 1988 อาจารย์ วิภาดา ลิงค์ และปี 1991 พญ. เออร์ซูล่า โลเวลทอน เข้ามาช่วยสอน รวมถึง ศจ.ดร.สน , ศจ. ดร. เค็มป์   ในปีนี้ ยังรวมถึงครอบครัว อาจารย์ เข็มเพชร ยังทองหลาง และอีกหลายท่านก็เข้ามาสอนด้วย ซึ่งก็มีอาจารย์บางท่านที่ ได้ออกไปปรนนิบัติพระเจ้าในที่อื่น ๆ ด้วย ตามการนำของพระเจ้าด้วยเช่นกัน
 
      ปี ค.ศ 1995   ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยพระคริสตธรรมพะเยา และเปิดเรียน สำหรับน.ศ ปีที่ 4 ด้วย ในระยะ ปี 1995- 2000 นี้การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นในสถาบัน แห่งนี้มากมายที่ทำให้เห็นถึงพระพร ตามคำสัญญาของพระองค์ช่วงปี 2000- 2007   มีครอบครัวมิชชั่นนารี ได้เข้ามามีส่วนเป็นอาจารย์ สอนและศิษย์เก่าหลาย ๆ ท่านก็เข้ามามีส่วนช่วยด้วย เช่น ครอบครัว อาจารย์ อนุพงศ์ หมอกมุงเมือง ที่เป็นศิษย์เก่าและ ครอบครัว ศจ. วีระโชติ อัจฉริยะพันธ์ ก็มาช่วยด้วยเช่นกันรวมทั้งอาจารย์ จันทิรา ธราพรสกุลวงศ์ ,อาจารย์ วินนี่ มาร์, อาจารย์ สมปรารถนา หยง , อ. จงรักษ์ เซ่อ ( อ. ชาวเกาหลี )และท่านอื่น ๆ

ปี ค.ศ. 2000 - ปัจจุบัน ปรับแปลี่ยนเพื่อสู่การก้าวหน้า ทันสมัย
       สถาบันฯได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนชื่อของสถาบันฯพระคัมภีร์ทั่วประเทศทุกๆ สถาบันฯ เป็น  พระคริสตธรรมพะเยา ภาษาอังกฤษ PHAYAO  BIBLE  SEMINARY ( PBS. )